
หลายคนที่ใช้ iPad อาจเคยเจอปัญหา iPad ขึ้นโลโก้ Apple แล้วดับ ซ้ำไปซ้ำมา เครื่องไม่สามารถเข้าสู่หน้าโฮมหรือหน้าหลักได้เลย ซึ่งอาการนี้เรียกว่า “Boot Loop” หรืออาการบูทวน ที่มักเกิดจากปัญหาภายในระบบทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ เป็นหนึ่งในอาการเสียยอดนิยมของผู้ใช้ iPad ในปี 2025 ที่พบมากขึ้นโดยเฉพาะในเครื่องที่ใช้งานมานานหรืออัปเดต iOS ไม่สมบูรณ์
ในบทความนี้ Yuki Center จะพาไปรู้จักสาเหตุหลัก ๆ ของอาการนี้ พร้อมแนวทางการแก้ไขเบื้องต้น และแนะนำทางออกสำหรับผู้ใช้ที่ประสบปัญหานี้อย่างละเอียด เพื่อให้คุณเข้าใจและแก้ไขได้อย่างถูกวิธี
อาการ iPad ขึ้นโลโก้ Apple แล้วดับ คืออะไร?
อาการ iPad ขึ้นโลโก้ Apple แล้วดับ คือการที่เครื่องแสดงโลโก้ Apple ตอนเปิดเครื่อง แต่หลังจากนั้นกลับดับไปเอง หรือวนกลับมาที่โลโก้อีกครั้งโดยไม่เข้าสู่หน้าโฮม ซึ่งวงจรนี้อาจเกิดซ้ำไม่รู้จบ จึงเรียกว่า “บูทวน” (Boot Loop) และจะเป็นอาการนี้จนเครื่องน็อคไปหรือแบตหมดเกลี้ยง
ลักษณะอาการที่พบบ่อย
- ขึ้นโลโก้ Apple แล้วดับภายในไม่กี่วินาที
- เครื่องร้อนระหว่างที่บูทวน
- มีเสียงแจ้งเตือนจาก iTunes เมื่อเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์
- ไม่สามารถเข้าสู่โหมด Recovery ได้
- เสียบชาร์จแล้วแต่เครื่องยังวนโลโก้ตลอด

สาเหตุของอาการ iPad ขึ้นโลโก้ Apple แล้วดับ
ปัญหานี้ไม่ได้มีสาเหตุเดียว แต่เกิดได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน ตั้งแต่ซอฟต์แวร์ไปจนถึงฮาร์ดแวร์ ดังนี้
1. ปัญหาจากซอฟต์แวร์ (Software Error)
- หนึ่งในสาเหตุหลักคือการอัปเดต iOS ที่ไม่สมบูรณ์ เช่น
- ดาวน์โหลด iOS แล้วหลุดกลางคัน
- มีไฟล์ระบบเสียหายหลังจาก Restore หรือ Jailbreak
- แอปบางตัวทำให้เครื่องค้างขณะบูท
วิธีแก้เบื้องต้น:
ลอง Force Restart (บังคับรีสตาร์ท)
หากยังไม่หาย ให้ลองเข้า โหมด Recovery Mode แล้ว Restore ผ่าน iTunes

2. แบตเตอรี่เสื่อม หรือไฟไม่พอขณะบูท
อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ iPad ขึ้นโลโก้ Apple แล้วดับ คือแบตเตอรี่เสื่อมจนไม่สามารถจ่ายไฟเพียงพอสำหรับการเปิดระบบได้เต็มที่ โดยเฉพาะในเครื่องที่ใช้งานเกิน 2-3 ปีขึ้นไป
วิธีแก้เบื้องต้น:
ชาร์จทิ้งไว้อย่างน้อย 30–60 นาที
ใช้สายชาร์จและหัวชาร์จแท้จาก Apple หรืองานที่ได้มาตรฐาน
หากยังไม่หาย ให้ตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่ที่เมนู
การตั้งค่า >> แบตเตอรี่ >> สุขภาพแบตเตอรี่

3. ปัญหาความร้อนสะสม (Overheating)
iPad ที่ร้อนเกินไประหว่างการใช้งานอาจเข้าสู่โหมดป้องกันความร้อน เครื่องจะดับเพื่อรักษาวงจรภายใน และเมื่อเปิดใหม่อาจเกิดอาการบูทวนได้
แนวทางป้องกัน:
- หลีกเลี่ยงการใช้งานกลางแดดจัด
- อย่าใช้ขณะชาร์จแบต
- ปิดแอปที่ใช้กราฟิกหนัก ๆ เช่น เกมหรือแอปวิดีโอ 4K

4. เมนบอร์ดหรือวงจรไฟภายในเสียหาย
ถ้า iPad ขึ้นโลโก้ Apple แล้วดับ แม้จะ Restore แล้วก็ยังไม่หาย สาเหตุอาจมาจากฮาร์ดแวร์ เช่น
- ชิปพาวเวอร์ (Power IC) เสีย
- วงจรบอร์ดมีความชื้นหรือโดนน้ำ
- มีการตกกระแทกจนชิ้นส่วนภายในหลุด หรือมีอะไหล่ชิ้นไหนกำลังช็อตอยู่
- อาการนี้จำเป็นต้องตรวจสอบด้วยเครื่องมือเฉพาะ เช่น กล้องจุลทรรศน์และเครื่องวัดกระแสไฟ ซึ่งต้องให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

วิธีแก้ไขเบื้องต้นเมื่อ iPad ขึ้นโลโก้ Apple แล้วดับ
ก่อนนำเครื่องเข้าร้านซ่อม คุณสามารถลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้ได้ด้วยตนเอง
1. บังคับรีสตาร์ท (Force Restart)
▫ สำหรับ iPad ที่ไม่มีปุ่มโฮม
กดปุ่มเพิ่มเสียงอย่างรวดเร็ว >> กดปุ่มลดเสียงอย่างรวดเร็ว >> จากนั้นกดปุ่ม Power ค้างไว้จนเห็นโลโก้ Apple
▫ สำหรับ iPad ที่มีปุ่มโฮม
กดปุ่มโฮม + ปุ่ม Power ค้างไว้พร้อมกันจนเครื่องรีสตาร์ท
2. ชาร์จทิ้งไว้ระยะหนึ่ง
บางครั้งเครื่องอาจดับเพราะไฟไม่พอ การชาร์จต่อเนื่องอย่างน้อย 30 นาทีสามารถช่วยให้ระบบเริ่มทำงานได้ตามปกติ
3. เชื่อมต่อกับ iTunes และ Restore เครื่อง
เชื่อมต่อ iPad เข้ากับคอมพิวเตอร์ >> เปิด iTunes >> เลือก Restore iPad เพื่อรีเซ็ตระบบใหม่ทั้งหมด
⚠️ ควรสำรองข้อมูลไว้ก่อนทำขั้นตอนนี้ เพราะข้อมูลทั้งหมดจะถูกลบออก

เมื่อแก้เองแล้วยังไม่หาย ควรทำอย่างไร?
หากลองทุกวิธีแล้วยังไม่หาย แสดงว่าเครื่องอาจมีปัญหาในระดับ ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
โดยเฉพาะในกรณีที่วงจรไฟหรือชิป IC ภายในเสียหายจากความร้อน ช็อต หรือน้ำความชื้นเข้า
ทางที่ดีที่สุดคือ นำเครื่องไปให้ศูนย์ซ่อมที่มีเครื่องมือเฉพาะทางตรวจสอบ
ทำไมควรซ่อมกับศูนย์มืออาชีพอย่าง Yuki Center
ที่ Yuki Center เรามีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญด้าน iPad ทุกซีรีส์
ใช้เครื่องมือมาตรฐานเดียวกับศูนย์ Apple เช่น
- เครื่องดูดกระจกหน้าจอ
- กล้องจุลทรรศน์ซ่อมบอร์ด
- เครื่องตรวจจับความร้อนในแผงวงจรไฟที่กำลังช็อต
จุดเด่นของ Yuki Center
- ซ่อมโดยช่างที่ผ่านการอบรมเกี่ยวกับการซ่อมอุปกรณ์ Apple โดยเฉพาะแบบมืออาชีพ
- ใช้อะไหล่แท้หรือเทียบเท่ามาตรฐานสูง
- รับประกันหลังซ่อมนานสูงสุด 30 – 90 วัน
- มี 7 สาขาทั่วกรุงเทพฯ ได้แก่ เอกมัย, รามอินทรา, ลาดพร้าว, รังสิต, พระราม 3, จตุจักร, และเพชรเกษม

| รายการซ่อม | รุ่น iPad ที่รองรับ | ราคาโดยประมาณ (บาท) | ระยะเวลาซ่อม |
|---|---|---|---|
| เปลี่ยนแบตเตอรี่ | iPad Gen 6–9 / iPad Air | 2,500–3,000 | 1–2 ชม. |
| ซ่อมวงจร Power IC | iPad Pro / iPad Air | 3,500–4,500 | 2 – 3 ชม. |
| Restore / อัปเดตระบบ | ทุกรุ่น | 500–800 | 1-2 ชม. |
| ตรวจสอบบอร์ดและวงจร | ทุกรุ่น | ฟรี | แล้วแต่อาการเสีย |
เครื่องที่ยังมีประกันแนะนำเข้าศูนย์ก่อน
เช็คประกันศูนย์ Apple ที่นี่ คลิกเลย!! https://checkcoverage.apple.com/?locale=th_TH

คำแนะนำก่อนนำ iPad เข้าซ่อม
1. สำรองข้อมูลก่อนเสมอ (ถ้าเป็นไปได้)
เพราะการซ่อมบางประเภทอาจจำเป็นต้องรีเซ็ทเครื่องทั้งหมด
2. หลีกเลี่ยงการชาร์จด้วยอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน
สายชาร์จราคาถูกอาจทำให้วงจรไฟฟ้าเสียหาย (ลัดวงจร)
3. ตรวจสอบประวัติน้ำเข้า
หาก iPad เคยเปียกน้ำ ให้แจ้งช่างล่วงหน้าเพื่อประเมินจุดเสียได้แม่นยำ
คำถามที่พบบ่อย
Q: iPad ขึ้นโลโก้ Apple แล้วดับ ต้องเปลี่ยนบอร์ดไหม?
ไม่จำเป็นเสมอไป บางกรณีอาจเกิดจากแบตเตอรี่หรือระบบซอฟต์แวร์เท่านั้น ควรให้ช่างตรวจเช็กก่อน
Q2: เวลาซ่อมนานไหม?
ส่วนใหญ่ใช้เวลาเพียง 1–2 ชั่วโมง แต่ถ้าต้องซ่อมบอร์ดอาจใช้เวลาประมาณ 1-3 วัน
Q3: ซ่อมแล้วข้อมูลจะหายไหม?
หากเป็นการซ่อมวงจรหรือแบตเตอรี่ ข้อมูลไม่หาย แต่ถ้า Restore เครื่องจะต้องลบข้อมูลทั้งหมด
Q4: Yuki Center รับซ่อม iPad ทุกรุ่นไหม?
รับทุกรุ่น ทุกอาการเสีย ตั้งแต่ iPad Gen 5 ถึง iPad Pro M2 รวมถึงรุ่นเก่ากว่าที่ศูนย์ Apple ไม่รับแล้ว
Q5: มีบริการรับ–ส่งเครื่องซ่อมหรือไม่?
มีบริการรับ–ส่งถึงบ้านในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล สะดวก ปลอดภัย ตรวจสอบสถานะผ่าน LINE ได้ตลอดเวลา
หาก iPad ของคุณขึ้นโลโก้แล้วดับ ไม่ต้องกังวล!
นำเครื่องมาที่ Yuki Center ศูนย์ซ่อม iPad มืออาชีพทั้ง 7 สาขา
- ตรวจเช็กฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
- อะไหล่แท้ รับประกันงานซ่อม
ซ่อม iPad ขึ้นโลโก้ Apple แล้วดับ หรืออาการ “บูทวน” กับช่างมืออาชีพ Yuki Center
7 สาขาใกล้คุณ – ตรวจเช็กฟรี ซ่อมเร็ว รับประกันทุกเคส
สอบถามหรือปรึกษาอาการเสียฟรี Line OA: @yukicenter
สายด่วนๆ Call Center: 093-265-5254

7 สาขาที่ให้บริการซ่อม iPad
กดที่คำว่าสาขาได้เลยมีแผนที่นำทางให้
1.สาขาพระราม3 ถนนพระราม3 ซอย40
2.สาขารามอินทรา ซอยรามอินทรา99
3.สาขารังสิต รังสิต-นครนายกซอย61
4.สาขาลาดพร้าว ลาดพร้าวซอย94
5.สาขาเอกมัย เอกมัยซอย10
6.สาขาจตุจักร ห้างมิกซ์ จตุจักร ชั้น2 ห้อง2034
7.สาขาเพชรเกษม เพชรเกษมซอย25/6
อ่านบทความอื่นที่เกี่ยวข้อง
