ซ่อมไอแพดหน้าจอแตก มีกี่วิธี? รวมข้อดีข้อเสีย พร้อมแนะนำวิธีที่คุ้มค่าที่สุด

ซ่อมไอแพดหน้าจอแตก มีกี่วิธี? พร้อมข้อดี-เสีย แบบไหนคุ้มสุด

ไอแพด (iPad) กลายเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน เพราะหลายคนใช้ทั้งเรียน ทำงาน และความบันเทิง แต่ปัญหาที่เจอบ่อยเป็นอันดับที่ 1 คือ อาการไอแพดหน้าจอแตก ไม่ต้องแปลกใจเพราะหน้าจอไอแพดมีขนาดใหญ่และหน้าจอเป็นกระจกทั้งบาน เวลาทำตกหล่นกระจกก็มักจะแตกหรือร้าวได้ ซึ่งสร้างความกังวลทั้งด้านการใช้งาน ความสวยงาม และความปลอดภัย หลายคนจึงเริ่มค้นหาว่า “ซ่อมไอแพดหน้าจอแตก” มีวิธีไหนบ้าง? ควรซ่อมแบบไหนดีที่คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด


ในบทความนี้เราจะพาไปเจาะลึกทุกวิธีซ่อม ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนกระจก(หรือเรียกว่า ลอกกระจก) การเปลี่ยนจอทั้งชุด หรือซ่อมกับศูนย์/ร้านซ่อมมืออาชีพ รวมถึงข้อดีข้อเสียแต่ละแบบ เพื่อช่วยคุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น พร้อมแนะนำร้าน Yuki Center ศูนย์ซ่อม iPad มืออาชีพ มี 7 สาขา ที่ลูกค้าการันตีด้วยรีวิว 5 ดาวจริง

ทำไม? iPad หน้าจอแตกถึงต้องรีบซ่อมด่วน

  • หน้าจอแตกอาจทำให้ ทัชสกรีนเพี้ยน/กดไม่ติด ซึ่งสร้างความน่ารำคาญและความลำบากในการใช้งานเป็นอย่างมาก
  • เสี่ยงบาดมือจากเศษกระจกที่แตก ใช้งานไม่ได้ยังต้องโดนบาดนิ้วอีก
  • หน้าจอกระจกที่แตกอาจลามจนสร้างความเสียหายจนถึงจอด้านในทำให้ จอดับ จอมืด หรือ ระบบทัชไม่ตอบสนอง ทำให้ต้องเปลี่ยนจอทั้งชุด
  • มีผลทำให้ราคาขายต่อ iPad ตกลงได้ในอนาคต
  • เวลาใช้ Apple Pencil กับหน้าจอแตก ทำให้หัวปากกาเสียเร็ว ต้องเสียเงินเปลี่ยนปากกาใหม่อีก
iPad หน้าจอแตกอย่างหนัก กำลังเปิดเครื่องเพื่อซ่อมที่ร้าน Yuki Center โดยทีมช่างมืออาชีพ

ซ่อมไอแพดหน้าจอแตก มีกี่วิธี?

วิธีที่ 1 เปลี่ยนกระจก (Glass Only) แนะนำ

เหมาะกับกรณีแตกเฉพาะกระจก วิธีเช็คว่าแตกเฉพาะกระจก ดังนี้:

จอการแสดงภาพและทัชยังใช้งานได้ ไม่มีทัชรวน หรือ ทัชค้าง หน้าจอไม่เส้น จุดดำ หรือสีเพี้ยนที่จอ หน้าจอต้องไม่กะพริบ หรือติดๆ ดับๆ

ข้อดี: ราคาถูกกว่า เพราะเปลี่ยนเฉพาะกระจก ได้ใช้จอแท้เหมือนเดิมคุณภาพไม่ลดลง

ข้อเสีย: งานซ่อมความสวยงามอาจไม่ 100 % เหมือนงานเปลี่ยนจอใหม่ เพราะเป็นการเอาจอเดิมที่แตก มาซ่อมให้ได้ใช้งานต่อ

วิธีที่ 2 เปลี่ยนกระจกทัชสกรีน (Touch Panel)

กรณีทัชเพี้ยน ทัชนิ้วมือ/ทัชปากกา แต่จอยังแสดงภาพได้ปกติ กระจกจะแตกหรือไม่แตกก็ได้ สามารถซ่อมเปลี่ยนเฉพาะทัชสกรีนได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนจอทั้งชุด

ข้อดี: แก้ปัญหาทัชสกรีนได้ตรงจุด ไม่ต้องจ่ายแพงเท่าเปลี่ยนจอทั้งชุด

ข้อเสีย: ราคาสูงกว่าการเปลี่ยนกระจกเล็กน้อย เพราะใช้อะไหล่ 2 ชิ้น คือกระจกและชั้นทัชสกรีน และความสวยงามอาจลดลงได้ ไม่มีผลต่อการใช้งานใดๆ

iPad หลังเปลี่ยนกระจกใหม่ เปรียบเทียบกับกระจกหน้าจอแตกเก่า ซ่อมโดยร้าน Yuki Center

วิธีที่ 3 เปลี่ยนจอทั้งชุด (LCD + Touch + Glass)

ใช้ในกรณี หน้าจอแตกหรือไม่แตกก็ได้ ถ้าจอภาพเสีย เช่น หน้าจอมืด จอดับ แสดงภาพได้แค่บางส่วน จอกะพริบ มีเส้นหรือมีจุดดำ

ข้อดี: ได้จอใหม่ทั้งชุดสวยงาม ถ้าเป็นจอแท้จะได้คุณภาพจอเดิม

ข้อเสีย: เป็นการซ่อม ที่ราคาสูงที่สุด

ตารางเปรียบเทียบ ราคาซ่อมหน้าจอ iPad 3 วิธี

iPad Air Model:

Model/รุ่น เปลี่ยนกระจก (บาท) เปลี่ยนทัชสกรีน (บาท) เปลี่ยนหน้าจอชุด (บาท)
iPad Air 1
1,800
1,800
2,500
iPad Air 2
2,500
3,800
4,900
iPad Air 3
3,500
5,000
6,500
iPad Air 4
4,000
5,500
6,900
iPad Air 5
4,500
7,900
iPad Air 6 11″
5,500
11,500
iPad Air 6 13″
6,500
12,500

iPad Model:

Model/รุ่น เปลี่ยนกระจก (บาท) เปลี่ยนทัชสกรีน (บาท) เปลี่ยนหน้าจอชุด (บาท)
iPad Gen5/6
2,500
2,500
3,500
iPad Gen7
2,800
2,800
3,500
iPad Gen8
3,000
3,000
4,500
iPad Gen9
3,500
3,500
4,500
iPad Gen10
3,800
3,800
6,900
iPad Gen11
4,000
4,000
6,900

iPad Mini Model:

Model/รุ่น เปลี่ยนกระจก (บาท) เปลี่ยนทัชสกรีน (บาท) เปลี่ยนหน้าจอชุด (บาท)
iPad Mini4
2,500
2,900
3,900
iPad Mini5
2,800
4,000
5,500
iPad Mini6
4,000
9,900

iPad Pro Model:

Model/รุ่น เปลี่ยนกระจก (บาท) เปลี่ยนทัชสกรีน (บาท) เปลี่ยนหน้าจอชุด (บาท)
iPad Pro 9.7
2,500
3,500
4,900
iPad Pro10.5
3,500
4,500
6,500
iPad Pro11 รุ่น1/รุ่น2
4,500
5,000
8,500
iPad Pro11 รุ่น3/รุ่น4
5,000
6,000
11,500
iPad Pro11 รุ่น5 M4 ปี2024
5,500
11,500
iPad Pro12.9 รุ่น3
6,000
7,000
12,500
iPad Pro12.9 รุ่น4
6,000
7,000
12,500
iPad Pro12.9 รุ่น5
7,500
8,500
13,500
iPad Pro12.9 รุ่น6
7,500
16,500

*ราคารวมคาแรงและค่าอะไหล่แล้ว

**ราคาเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

***การซ่อมมีความเสี่ยงโปรดศึกษาข้อมูลก่อนซ่อมทุกครั้ง

หมายเหตุ*เครื่องที่ยังมีประกันแนะนำเข้าศูนย์ก่อน เช็กประกันได้ที่นี่คลิก! https://checkcoverage.apple.com/?locale=th_TH

จุดแข็งของ Yuki Center ที่แสดงความเป็นมืออาชีพ

1. ประสบการณ์ยาวนาน + ความเชี่ยวชาญ

  • ร้านก่อตั้งตั้งแต่ประมาณปี 2552 และยังคงดำเนินการมาจนถึงปัจจุบันนี้ ปี 2568 มีประสบการณ์ซ่อมโทรศัพท์และแท็บเล็ตมายาวนานถึง 16 ปี
  • มีสาขาหลายแห่ง ครอบคลุมหลายย่าน ทำให้เข้าใจปัญหาของลูกค้าได้หลากหลายรูปแบบ

2. ใช้อะไหล่คุณภาพ / เกรดดี / มีทางเลือก

  • มีบริการ “อะไหล่แท้ / เกรดคุณภาพสูง” ซึ่งช่วยให้มั่นใจว่างานซ่อมมีความคงทนและปลอดภัย
  • ให้ลูกค้าซ่อมเฉพาะจุดที่เสียเท่านั้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนอะไหล่อื่นที่ไม่เสีย เช่น เปลี่ยนเฉพาะกระจก, กระจกพร้อมทัชสกรีน, เปลี่ยนจอทั้งชุด ฯลฯ

3. บริการตรวจเช็ก / ประเมินอาการฟรี

  • ลูกค้าสามารถนำเครื่องมาตรวจดูอาการเบื้องต้นก่อน โดยไม่มีค่าบริการ เพื่อให้รู้ว่าต้องซ่อมแบบไหน ราคาเท่าไร

4. เวลาให้บริการรวดเร็ว

  • ในหลายเคสที่ไม่ซับซ้อน ร้านสามารถซ่อมแล้วรับเครื่องได้ภายในวันเดียว (รอรับได้เลย 2-3 ชั่วโมง หรือในช่วงเวลา 30 นาที – 3 ชั่วโมง ขึ้นกับรุ่นและอาการเสีย)
  • ร้านมีหลายสาขา ทำให้สะดวก ไม่ต้องเดินทางไกล

5. รับประกันหลังงานซ่อม

  • มีการให้ประกันงานซ่อมหลังจากทำเสร็จ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการมาก เพราะถ้ามีปัญหาหลังซ่อมอาการเดิม สามารถเข้ามาแก้ไขได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม

6. ความโปร่งใสในการบริการ

  • แจ้งอาการ แจ้งราคาก่อนซ่อม ไม่มีค่าบวกเพิ่มทีหลัง โปร่งใส ยุติธรรม
  • มีบทความให้ความรู้ ให้ลูกค้าเข้าใจวิธีซ่อมต่างๆ เช่นวิธีเลือกซ่อมลอกกระจก vs เปลี่ยนจอทั้งชุด ฯลฯ.
  • หน้าร้านทำเป็นแบบ Open ลูกค้าสามารถยืนดูช่างซ่อมเครื่องของตัวเองได้
  • มีใบรับเครื่อง เช็กเครื่องก่อน-หลังซ่อม อย่างละเอียด

7. การดูแลลูกค้า / ช่องทางติดต่อครบถ้วน

  • มีหลายช่องทางติดต่อ LINE, Facebook, Instagram, TikTok ฯลฯ
  • บริการให้คำปรึกษาก่อนซ่อมฟรี ซึ่งช่วยลดความกังวลของลูกค้า

เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธี

วิธีซ่อม ข้อดี-ข้อเสีย เหมาะกับใคร
เปลี่ยนเฉพาะกระจก
ราคาประหยัด ต้องใช้เทคนิคสูง
คนที่จอภาพ ทัชสดรีนยังดี
เปลี่ยนทัชสกรีน
ทัชกลับมาใช้งานได้ ราคากลาง ๆ
ทัชเพี้ยนแต่ภาพยังชัด
เปลี่ยนจอทั้งชุด
ได้จอใหม่ทั้งชุด ราคาสูงสุดใน 3 วิธี
จอแตก + จอแสดงภาพเสีย

*เลือกซ่อมไอแพดหน้าจอแตกกับร้านมืออาชีพ ปลอดภัย มีประกัน  ได้อะไหล่คุณภาพ บริการประทับใจ

อินโฟกราฟิกวิธีซ่อม iPad หน้าจอแตก เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย การซ่อมหน้าจอกับเปลี่ยนใหม่

รีวิวจริงจากลูกค้า Yuki Center

รีวิวที่ 1 คุณนัท, กรุงเทพฯ ⭐⭐⭐⭐⭐

“เอา iPad Pro หน้าจอแตกไปซ่อมที่ Yuki Center ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เสร็จไว จอสวยเหมือนใหม่เลยค่ะ”

รีวิวที่ 2 คุณมุก, รามอินทรา ⭐⭐⭐⭐⭐

“มาซ่อมไอแพดหน้าจอแตก บริการดีมาก บอกขั้นตอนการซ่อมละเอียด มีประกันงานซ่อมให้ สบายใจสุด ๆ”

รีวิวที่ 3 คุณเจ, บางแค ⭐⭐⭐⭐⭐

“ช่างมืออาชีพจริง ๆ แนะนำการใช้งานต่อหลังซ่อมด้วย ประทับใจมากครับ”

รีวิวที่ 4 คุณฝน, พระราม3 ⭐⭐⭐⭐⭐

“ราคาดี ไม่แพงเกินไป ซ่อมเสร็จไวกว่าไปศูนย์อีกค่ะ”

ลูกค้าถือ iPad หลังซ่อมเสร็จพร้อมรอยยิ้มที่ร้าน Yuki Center

คำถามที่พบบ่อย

1. ซ่อมไอแพดหน้าจอแตก ใช้เวลานานแค่ไหน?

ปกติ 2–3 ชั่วโมง ขึ้นกับรุ่นและความเสียหาย และคิวซ่อม

2. ถ้าแตกนิดเดียวจำเป็นต้องซ่อมไหม?

ควรซ่อม เพราะรอยร้าวอาจลามจนจอดับและสร้างความเสียหายถึงภายในเครื่องได้

3. ราคาในการซ่อมแพงไหม?

ขึ้นอยู่กับวิธีซ่อม รุ่นของ iPad  เริ่มหลักพันต้น ๆ จนถึงหลายพันบาท

4. มีประกันหลังซ่อมหรือไม่?

ที่ Yuki Center มีประกันงานซ่อมทุกเคส

5. ควรซ่อมกับศูนย์หรือร้านซ่อมดี?

ถ้าต้องการความเร็วและราคาย่อมเยา ร้านซ่อมมืออาชีพตอบโจทย์กว่า อีกหนึ่งเรื่องคือ ร้านซ่อมนอกมีความยืดหยุ่นในการซ่อมมากกว่าคุยง่ายกว่า 

6. สามารถรอรับเครื่องได้เลยไหม?

ส่วนใหญ่รอรับได้ในวันเดียว

7. ซ่อมแล้วกันน้ำไหม?

ประสิทธิภาพการกันน้ำลดลง ไม่แนะนไให้โดนน้ำดีที่สุด

8. ทำไมควรเลือก Yuki Center?

เพราะมีทีมช่างมืออาชีพ, อะไหล่คุณภาพ, และ 7 สาขาใกล้บ้านคุณ

แนะนำร้านซ่อม iPad มืออาชีพ Yuki Center

Yuki Center – ร้านซ่อมไอแพดหน้าจอแตก มาตรฐานสูง

  • อะไหล่เกรดคุณภาพ
  • ทีมช่างเชี่ยวชาญ
  • ราคาชัดเจน มีประกันงานซ่อม

📍 สาขาที่ให้บริการ 7 แห่ง คลิกที่สาขาได้เลยมีแผนที่นำทางให้

แผนที่สาขา Yuki Center ศูนย์ซ่อมมือถือครบวงจร เพชรเกษม จตุจักร พระราม 3 ลาดพร้าว และรังสิต

สอบถามหรือปรึกษาอาการเสียฟรี Line OA: @yukicenter
สายด่วนๆ Call Center: 093-265-5254

บทสรุป

การ ซ่อมไอแพดหน้าจอแตก มีหลายวิธี ตั้งแต่การเปลี่ยนกระจก การเปลี่ยนทัชสกรีน การเปลี่ยนจอทั้งชุด และเข้าร้านซ่อมมืออาชีพ แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน หากคุณต้องการความคุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด การซ่อมกับร้านมืออาชีพอย่าง Yuki Center คือตัวเลือกที่ดีที่สุด

Scroll to Top